ประวัติศาสตร์ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศของสวีเดนและไทย

เป็นเรื่องยากที่จะค้นหาว่านักเดินทางชาวสวีเดนมาถึงประเทศสยามครั้งแรกเมื่อไหร่  และเป็นเรื่องยากเช่นเดียวกันที่จะค้นหาว่าใครคือชาวไทยคนแรกที่ไปเยือนประเทศสวีเดนและไปเมื่อปีไหน  แต่อย่างไรก็ตามเรารู้ว่ามีการสานสัมพันธ์อย่างไม่เป็นทางการระหว่างสองราชอาณาจักรนี้มาแล้วเป็นเวลาหลายร้อยปี

ดังจะเห็นได้จากการมีคำบรรยายถึงประเทศสยามในหนังสือท่องเที่ยวภาษาสวีเดนเล่มแรก ผ่านการบอกเล่าจากมุมมองของนักผจญภัย Nils  Matson  Kiöping ซึ่งบทความของเค้าสามารถอ่านได้

ที่‘Eenkortbeskriffningvppåtrenneresorochperegrinationer, samptkonungarijket Japan’ พิมพ์ที่Visingsborg castle ในปี 1667 เมื่อ 340 กว่าปีที่แล้ว

 การแลกเปลี่ยนทางการฑูต

ความสัมพันธ์ทวิภาคีเริ่มต้นอย่างจริงจังในปี 1868 เมื่อมีการลงนามสนธิสัญญาแรกระหว่างสยาม-สวีเดน สนธิสัญญาว่าด้วยมิตรภาพ, การพาณิชย์และการเดินเรือ ค.ศ. 1868 

ประเทศสยามส่งทูตคนแรกไปยุโรปในปี 1882 ซึ่งถือว่าเป็นทูตประจำประเทศสวีเดนด้วยเช่นเดียวกัน สองปีหลังจากนั้น เอเซล จอห์นสัน ได้รับการแต่งตั้งในสต็อกโฮล์มให้เป็นกงสุลใหญ่ประเทศสยาม และกงสุลใหญ่คนแรกจากสวีเดนได้เดินทางมารับตำแหน่งที่ประเทศสยามในปี 1888

สวีเดนมีสถานทูตในประเทศไทยตั้งแต่ปี 1963 ส่วนสถานทูตไทยในประเทศสวีเดนนั้นเปิดในช่วงทศวรรษ 1950-1959 

 การเสด็จฯ เยือนของพระราชวงศ์

การพบกันระหว่างสองราชวงศ์ที่มีการบันทึกไว้เป็นครั้งแรกนั้น เป็นการพบปะระหว่างสมาชิกราชวงศ์จักรีแห่งประเทศไทยและราชวงศ์เบอร์นาดอตต์แห่งสวีเดน โดยการพบปะเกิดขึ้นเมื่อเจ้าฟ้าชายออสการ์ได้เสด็จฯเยือนกรุงเทพฯปลายปี 1884 โดยเดินทางมาพร้อมกับเรือฝึกรบของกองทัพเรือสวีเดน HMS Vanadis และเสด็จฯไปทรงพบกับราชวงศ์ไทย

 การเสด็จฯเยือนอย่างเป็นทางการครั้งล่าสุดเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2006 เพื่อทรงร่วมพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปีของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ส่วนทางประเทศไทยนั้นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ์ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเสด็จเยือนประเทศสวีเดนช่วงฤดูร้อนปี 2007 เพื่อทรงเข้ารับการฝึกทักษะนักบินพาณิชย์เพิ่มเติมที่ SAS Flight Academy และทรงขับเครื่องบินไปทั่วประเทศสวีเดน ซึ่งนับเป็นการเสด็จฯเยือนครั้งล่าสุดจากราชวงศ์ไทย

 เครื่องราชอิสริยาภรณ์

จากช่วงปลายทศวรรษที่ 1800 ถึง 2000 มีชาวสวีเดนที่มีชื่อเสียงหลายคนที่ได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ไทย หนึ่งในคนแรก ๆ ที่ได้รับปรมาภรณ์ช้างเผือก คือนายธนาคาร คนุต อกาตัน วอลเลนเบิร์ก ผู้ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานทางเศรษฐกิจที่ในปัจจุบันเป็นที่รู้จักในฐานะที่เป็นกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีชื่อเสียงที่สุดของสวีเดน ภายใต้การบริหารของบริษัทโฮลดิ้ง อินเวสเตอร์ เอบี ของตระกูลวอลเลนเบิร์ก

โดยมีซาบเอบีเป็นสินทรัพย์ที่สำคัญของนักลงทุน ประธานบริษัทคนปัจจุบัน มาร์คัส วอลเลนเบิร์ก เป็นตัวแทนผู้ดูแลผลประโยชน์ของครอบครัว

 ความร่วมมือกับกองทัพ

เรือฝึกรบ Vanadis ของกองทัพเรือสวีเดนมาถึงประเทศไทยในปี 1884 พร้อมกับเจ้าชายออสการ์ อันเป็นการเสด็จฯเยือนประเทศสยามอย่างเป็นทางการครั้งแรกโดยกองทัพจากสวีเดน

อุตสาหกรรมยุคใหม่ด้านการป้องกันภัยประเทศของสวีเดนเกิดขึ้นในปี 1894 เมื่อนักอุตสาหกรรม อัลเฟรด โนเบล ผู้ก่อตั้งรางวัลโนเบล ได้เข้าครอบครองกิจการโรงงานผลิตปืนใหญ่โบฟอร์ส ซึ่งส่งออกปืนใหญ่ภูเขาขนาด 75 มม. แบบM/12 จำนวนสองชุดให้ประเทศสยามในปี 1912

ปืนต่อสู้อากาศยานโบฟอร์สขนาด 40 มม. อาวุธรูปแบบดั้งเดิมจำนวนหลายร้อยกระบอกได้ส่งออกให้ประเทศไทยตั้งแต่ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง และก็ยังคงใช้การอยู่ในกองทัพบกไทยและกองทัพเรือไทยอยู่เป็นจำนวนมาก

 ในช่วงทศวรรษที่ 1950 จนถึงต้นทศวรรษที่ 1960 มีนักเรียนทหารเรือไทยเป็นจำนวนมากเข้าเรียนที่โรงเรียนนายเรือของสวีเดนใน Djursholm ซึ่งทั้งหมดได้เติบโตในสายงานเป็นพลเรือเอกหลายท่านในกองทัพเรือและยังคงสามารถพูดภาษาสวีเดนได้อย่างยอดเยี่ยม

โบฟอร์สได้ส่งมอบปืนใหญ่ลากจูง howitzers ขนาด 105 มม. เป็นจำนวนมากให้กับประเทศไทยตั้งแต่ก่อนสงครามโลกครั้งที่สอง อุตสาหกรรมป้องกันภัยประเทศของสวีเดนได้มีการปรับตัวอย่างรวดเร็วในด้านไอที และในช่วงทศวรรษที่ 1970 ก็ได้มีผลิตภัณฑ์ใหม่ๆออกมา เครื่องฝึกจำลองการรบของซาบส่งมอบให้กับกองทัพบกไทยตั้งแต่ทศวรรษที่ 1970 ปัจจุบันกองทัพบกไทยมีปืนฝึกจำลองการรบมากกว่า 200 กระบอกสำหรับรถถังและสำหรับการฝึกใช้ปืนต่อสู้รถถัง

หนึ่งในแบบจำลองการรบล่าสุดที่ส่งมอบให้กองทัพบกไทยในปี 2005 เป็นการฝึกสำหรับรถถังโดยมีลักษณะคล้ายการจอดรถดูหนัง คุณเพียงจอดรถถังภายในแบบฝึกจำลอง จากนั้นฉากการสู้รบก็จะปรากฏขึ้นโดยผู้สอนเพื่อให้ลูกเรือได้ฝึกหัด จรวดต่อสู้อากาศยานระยะใกล้ RBS70 รุ่นล่าสุดโดย ซาบ โบฟอร์ส ไดนามิกส์ ส่งมอบให้กองทัพอากาศไทยตั้งแต่ปี 1996 เพื่อป้องกันน่านฟ้าของราชอาณาจักรจากการรุกรานทางอากาศ

นักบินและผู้ควบคุมการบินบางส่วนของกองทัพอากาศไทยได้ผ่านการฝึกอบรมการใช้เครื่องบินกริเพนในเบื้องต้นโดยใช้เวลาในการฝึกไม่กี่สัปดาห์ในช่วงปี 2005 ที่ฐานบิน F7 ของกองทัพอากาศสวีเดน

การเยือนอย่างเป็นทางการระหว่างไทยกับสวีเดนโดยข้าราชการชั้นผู้ใหญ่เป็นเรื่องที่ปรากฏมานานหลายปี ในเดือนพฤษภาคมปี 2006 พลอากาศเอกชลิต พุกผาสุกและคณะผู้แทนกองทัพอากาศไทยได้เดินทางไปสวีเดนในฐานะแขกของกองทัพอากาศสวีเดน      หลังจากนั้นก็มีตัวแทนกองทัพอากาศไทยอีกหลายคณะได้ไปเยือนสวีเดน ทั้งนี้เนื่องมาจากการที่ประเทศไทยได้เลือกใช้กริเพน  เรือฝึก HMS Carlscrona ของกองทัพสวีเดนได้เยือนประเทศไทยครั้งล่าสุดเมื่อต้นฤดูใบไม้ผลิของปี 2005

ในเดือนตุลาคมปี 2007 คณะรัฐมนตรีไทยได้เจรจากับสวีเดนเพื่อซื้อเครื่องบินกริเพนจำนวน 12ลำ ตลอดจนระบบอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องและการฝึกอบรม ก่อนฤดูใบไม้ร่วงปี 2013 เครื่องบินทั้งหมดรวมถึงซาบ340 เออีดับเบิ้ลยูจำนวนสองลำจะส่งมอบให้กับกองทัพอากาศไทยอย่างตรงเวลา

ปัจจุบันซาบได้มีความเกี่ยวข้องกับการปรับปรุงเรือจำนวนหลายลำของกองทัพเรือ รวมถึงการวางระบบเครือข่ายข้อมูล(Data Link) เพื่อบูรณาการให้เข้ากับเครื่องบินกริเพนและซาบ 340เออีดับเบิ้ลยูของกองทัพอากาศไทย เป็นการสนับสนุนการติดต่อสื่อสารตามเวลาจริงระหว่างกองทัพเรือและกองทัพอากาศ

 ความสัมพันธ์ในระดับประชากร

มีคนไทยมากกว่า 19,000 คนอาศัยอยู่ในประเทศสวีเดน ซึ่งส่งผลกับตอนเหนือของราชอาณาจักรทั้งในด้านความคิดและแรงบันดาลใจ ไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารไทย, การนวดแผนไทย, ตัวแทนการท่องเที่ยวไทย, ร้านค้าไทย และอีกมากมายของไทยที่สามารถพบได้ในทั่วประเทศสวีเดน

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วชาวสวีเดนนับว่ามีจำนวนน้อยกว่าที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยแบบถาวร แต่ก็มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะผู้ที่อาศัยอยู่ในระยะยาว, บุคคลเกษียณ หรือกึ่งเกษียณที่อยู่ในประเทศไทยเป็นเวลาครั้งละหลายเดือน หรือบางทีก็หลายปี และบ่อยครั้งที่มีการลงทุนซื้อบ้านในไทย ในกลุ่มนี้เราพบทั้งคนทำงานและคนที่มีชื่อเสียง ตลอดจนชาวสวีเดนที่ทำงานอยู่ในไทยมาแล้วเป็นเวลาหลายปีและต้องการจะเกษียณที่นี่

 ความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับสวีเดนมีความแข็งแรงมากขึ้นผ่านการแบ่งปันประสบการณ์ไปจนถึงระดับที่ยากแก่การอธิบายเป็นคำพูดได้ เพราะความรู้สึกเป็นสิ่งที่ลึกซึ้ง, แท้จริงและยั่งยืน

 ปัจจุบันและอนาคต

 ในเดือนมกราคมปี 2006 กระทรวงการต่างประเทศของไทยและสวีเดนได้ลงนามในโครงการความร่วมมือ JPOA โดยข้อตกลงจะประกอบด้วยการให้ความร่วมมือทางการค้า, การศึกษา, วิทยาศาสตร์,เทคโนโลยี และอื่น ๆ และจะเป็นการเปิดทางสำหรับการสนับสนุนโครงการต่าง ๆ ในระดับรัฐบาลต่อรัฐบาล ตลอดจนในแผนงานของภาคเอกชนระหว่างสองประเทศ  JPOA ฉบับแก้ไขปี 2013 นี้มีรายละเอียดที่มากขึ้นของภาคส่วนที่อยู่ในการให้ความร่วมมือกัน